
ในปัจจุบันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีมีมากขึ้นเรื่อย ๆ หนึ่งในนั้นคือการที่ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองได้ แต่ยังไม่พอแค่นั้น !! เพราะเรายังสามารถขายส่วนที่เหลือจากการผลิตคืนให้รัฐฯ ได้อีกด้วย .. โดยกำหนดอัตราการรับซื้อไฟฟ้าประจำปี 2562 อยู่ที่ 1.68 บาทต่อหน่วย มีระยะเวลาสนับสนุนถึง 10 ปี ซึ่งจะเริ่มรับจดทะเบียนได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป ซึ่งผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการสามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์สูงสุดได้ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ต่อราย
หลักการทำงานของโซลาร์รูฟภาคประชาชน คือ เวลากลางวันไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโซลาร์รูฟจะไหลเข้าตู้ไฟฟ้าบ้านร่วมกับไฟฟ้าจากการไฟฟ้า โดยที่ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโซลาร์รูฟจะถูกนำไปใช้ก่อน อย่างไรก็ตามหากมีการใช้ไฟในบ้านมากกว่าไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโซลาร์รูฟ บ้านจะดึงไฟฟ้าส่วนที่ไม่พอจากการไฟฟ้าเข้ามาเติม ในทางตรงกันข้ามถ้าหากไฟฟ้าที่ผลิตได้จากการโซลาร์รูฟมีค่ามากกว่าการใช้ไฟฟ้าในบ้าน บ้านจะขายไฟฟ้าส่วนที่เกินให้แก่ไฟฟ้าในราคาหน่วยละ 1.68 บาทต่อหน่วย
หลักเกณฑ์เบื้องต้นของผู้เข้าร่วมโครงการ ‘ โซล่ารูฟท็อป ภาคประชาชน ’
1. ผู้ที่เป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า ประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย
2. มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าน้อยกว่า 10 kw ต่อมิเตอร์
3. การไฟฟ้าจะรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินในอัตราไม่เกิน 1.68 บาทต่อหน่วย ในระยะเวลารับซื้อ 10 ปี
4. ยอดรวมทั้งโครงการไม่เกิน 100 เมกะวัตต์
5. COD ภายในปี 2562
ขั้นตอนในการดำเนินการ ประกอบด้วย
1.สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) จะเริ่มกระบวนการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการฯ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562 โดยประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลได้ที่ 02-207-3599 หรือติดตามจากเว็บไซต์ สำนักงาน กกพ. ที่ www.erc.or.th และเว็บไซต์ของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายทั้ง 2 แห่ง
2.เปิดรับลงทะเบียนสำหรับผู้สนใจเข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ของการไฟฟ้านครหลวงและเว็บไซต์ ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และหมดเขตรับลงทะเบียนภายในปี 2562
3.ทยอยประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาโดยการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2562
4.กำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ ภายในปี 2562